แนะนำบริษัท
คณะที่ปรึกษา
กิตติมศักดิ์
สาสน์จาก
ประธานบริษัท
สาสน์จาก
กรรมการผู้จัดการ
มาตรฐานบริษัท
กลุ่มเกษตร
กลุ่มเสริมอาหาร
กลุ่มเสริมความงาม
และครัวเรือน
อบรมและกิจกรรม
เกษตรสัญจร
 
   

 

 

Share

 
 
   
 


 

ยางพารา กับ อุตสาหกรรมการแปรรูปไม้

        ไม้ใช้สอยที่นำมาสร้างอาคารบ้านเรือน ตลอดจนการนำมาทำเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องตกแต่งบ้านและแปรรูปมาเป็นโต๊ะ ตู้ เตียงต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์ จะมีการนำไม้จากป่ามาแปรรูปเพื่อกิจการดังกล่าว แต่ปัจจุบันป่าไม้ของประเทศไทยถูกทำลายไปเหลือไม่ถึง 18 เปอร์เซ็นต์ของป่าไม้ทั้งประเทศ ป่าที่อุดมสมบูรณ์แม้จะอยู่บนยอดเขาที่สูงลิบได้กลายเป็นป่าต้นยางพารา ในภาคเหนือได้กลายเป็นสวนส้ม และถูกบุกรุกทำไร่เลื่อนลอย ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ถูกแผ้วถางเตียนโล่งไปอย่างน่าใจหาย ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึง และถึงแม้จะมีการปลูกป่าทดแทนโดยภาครัฐและรัฐได้สนับสนุนให้เอกชนมีการปลูกป่าก็ตาม ก็ยังไม่สามารถนำมาทดแทนได้ทันกับความเจริญเติบโตของบ้านเมือง ที่ต้องการนำไม้มาใช้สอย จนกระทั่งต้องมีการนำเข้าไม้แปรรูปมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจการก่อสร้างได้พยายามที่จะหาไม้มาทดแทนไม้สัก ไม้ยาง และไม้เนื้อแข็งต่าง ๆ ซึ่งกรมป่าไม้เองก็เคยส่งเสริมให้มีการปลูกไม้โตเร็วขึ้นมาทดแทน เช่น กระถินณรงค์ สะเดา ยูคาลิปตัส เพื่อนำมาแปรรูปเป็นไม้เพื่อการก่อสร้างและไม้ใช้สอย

        ไม้ยางพาราเป็นอีกประเภทหนึ่งที่ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญ ซึ่งอยู่ในความสนใจของอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ นำมาทำไม้ใช้สอย ทำเครื่องตกแต่งอาคารบ้านเรือนและอีกมากมายนอกเหนือจากการรีดเอาน้ำยางไปทำอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา

        การปลูกยางของเกษตรกรในตอนแรก วัตถุประสงค์หลักก็คือต้องการน้ำยาง แต่ปัจจุบันเมื่อต้นยางพาราเจริญเติบโตและอายุของต้นยางมากขึ้น เกษตรกรควรจะได้รับผลประโยชน์นอกเหนือไปจากน้ำยางที่ได้ก็คือไม้ยางพารา คำแนะนำพันธุ์ยางปี 2554 ของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำให้เกษตรกรปลูกยางพาราตามวัตถุประสงค์ซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

        1. พันธุ์ยางเพื่อผลผลิตน้ำยาง ที่เป็นพันธุ์ยางชั้น 1 และแนะนำในเขตปลูกยางเดิม (ภาคใต้และภาคตะวันออก)ได้แก่ พันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 (RRIT 251) สถาบันวิจัยยาง 226 (RRIT 226) BPM 24 และ RRIM 600 ส่วนพันธุ์ที่แนะนำในพื้นที่ปลูกยางใหม่ (พื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจากเขตปลูกยางเดิม) ได้แก่พันธุ์ยางทั้ง 4 พันธุ์ข้างต้น รวมกับพันธุ์ สถาบันวิจัยยาง 408 (RRIT 408) ที่เพิ่มเข้ามาสำหรับเขตพื้นที่ปลูกยางใหม่

        2. พันธุ์ยางเพื่อผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้ ที่เป็นพันธุ์ยางชั้น 1 และแนะนำในเขตปลูกยางเดิมได้แก่พันธุ์ PB 235, PB 255 และ PB 260 ส่วนพันธุ์ที่แนะนำในพื้นที่ปลูกยางใหม่ มี 2 พันธุ์คือ PB 235 และ RRII 118 ซึ่งพันธุ์ยางในกลุ่มนี้เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูง มีการเจริญเติบโตดีมาก ลักษณะลำต้นตรง และให้ปริมาตรเนื้อไม้ในส่วนลำต้นสูง

        3. พันธุ์ยางเพื่อผลผลิตเนื้อไม้ พันธุ์ชั้น 1 ที่แนะนำในทุกพื้นที่ปลูกได้แก่ พันธุ์ฉะเชิงเทรา 50, AVROS 2037 และ BPM 1 เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเนื้อยางสูงเป็นหลัก มีการเจริญเติบโตดีมาก ลักษณะลำต้นตรง ให้ปริมาตรเนื้อไม้ในส่วนลำต้นสูง เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นสวนป่าเพื่อการผลิตเนื้อไม้

        อย่างไรก็ตาม ยางพาราที่ปลูกกันมาแล้ว แม้จะเป็นพันธุ์ยางเพื่อผลผลิตน้ำยางก็ตาม แต่ก็ยังเอาเนื้อไม้มาใช้ประโยชน์ได้ ในปัจจุบันไม้ยางที่มีอายุพร้อมจะโค่นในปีหนึ่ง ๆ มีอยู่ประมาณ 2-3 แสนไร่ต่อปี เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมไม้ยางพารา

ที่มา : นวลศรี  โชตินันทน์ นสพ.เดลินิวส์
สนับสนุนโดย : บริษัท ไทย-เยอรมัน อินเตอร์เทค โปรดักส์ จำกัด

 
   
   


 
 
 
 

Copyright 2010 © www.tgi4u.com
All rights reserved.Thai-German Intertech Product Co.Ltd.