แนะนำบริษัท
คณะที่ปรึกษา
กิตติมศักดิ์
สาสน์จาก
ประธานบริษัท
สาสน์จาก
กรรมการผู้จัดการ
มาตรฐานบริษัท
กลุ่มเกษตร
กลุ่มเสริมอาหาร
กลุ่มเสริมความงาม
และครัวเรือน
 
   

 

 

Share

 
 
   
 


 

ไคโตซานกับการเกษตร      
                  
                เกษตรกรในบ้านเราส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีต่างๆ ในการทำการเกษตรเป็นอย่างดี ทางด้านผู้ผลิตปุ๋ยหรือเคมีเกษตรหลายๆ เจ้า ต่างก็พยายามที่จะหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกทั้งสารเพิ่มประสิทธิภาพใหม่ๆ มาให้แก่เกษตรกรได้เลือกและทดลองใช้อยู่เสมอ จริงๆ แล้วไคโตซานคืออะไร วันนี้เราจะมาอธิบายถึงที่มาและคุณสมบัติของไคโตซานกัน
 
                “ไคโตซาน” เป็นไบโอโพลิเมอร์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง พบได้ในธรรมชาติ โดยเป็นองค์ประกอบในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว คือเป็นวัสดุชีวภาพ ย่อยสลายตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยในการนำมาใช้กับมนุษย์ ไม่เกิดผลเสียและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เกิดการแพ้ ไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษต่อพืช ไคโตซานมีประโยชน์ต่อพืชในหลายๆ ด้าน อย่างเช่น

1. ยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช 
               ไคโตซานสามารถยับยั้งเชื่อสาเหตุของโรคพืช ได้แก่ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราบางชนิด โดยไคโตซานจะซึมผ่านเข้าทางผิวใบ ลำต้นพืช เพื่อที่จะช่วยยับยั้งการเกิดโรคพืชในกรณีที่เกิดเชื่อโรคพืชแล้วและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืชที่ไม่ติดเชื้อ โดยไคโตซานมีคุณสมบัติที่สามารถออกฤทธิ์เป็นตัวกระตุ้นพืช โดยจะกระตุ้นระบบป้องกันตัวเองของพืช ทำให้พืชผลิตเอนไซม์และสารเคมีเพื่อป้องกันตนเองหลายชนิด พืชจึงลดโอกาสที่จะถูกคุกคามโดยเชื่อสาเหตุโรคพืชได้

2. ทำให้เกิดโอกาสการสร้างความต้านทานของพืชต่อแมลงศัตรูพืช 
                   ไคโตซานจะกระตุ้นให้มีการผลิตสารลิกนินและแทนนินของพืชมากขึ้น พืชสามารถป้องกันตัวเองจากการกัด-ดูด เข้าทำลายของแมลงศัตรูพืช จะสังเกตว่าใบพืชที่ได้รับไคโตซานจะมีแวกซ์เคลือบที่ผิวใบหนามากขึ้นกว่าปรกติ

3. ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน 
                   ไคโตซานสามารถส่งเสริมการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน เช่น เชื้อ Actiomycetes sp. Trichoderma spp. ทำให้เกิดการลดปริมาณของจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อ ( Furarium ) Phythophthora spp. ฯลฯ

แสดงประโยชน์ของไคโตซานด้านการเกษตร
                   1. แมลง
: กระตุ้นให้พืชสร้างความภูมิคุ้มกัน โดยผลิตพืช เอนไซม์และสารเคมีป้องกันตนเอง เช่น สร้างลิกนิน แทนนิน และกระตุ้นให้สร้างไคติเนส ซึ่งจะย่อยผนังเปลือกหุ้มตัวแมลง ศัตรูพืช เช่น หนอนใยผัก หนอนคืบ โดยพ่นทางใบ 10 – 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร 

                   2. โรค : ยับยั้ง การเจริญเติบโตเชื้อสาเหตุของโรคพืชรักษาและสร้างภูมิต้านทานโรค
                   - ไวรัสโรคพืช
                   - แบคทีเรีย เช่น แคงเคอร์ ใบจุด
                   - เชื้อรา เช่น ไฟทอปธอร่า พิเทียม  Botrytis cineres Rhizopus stolonifer  แอนแทรคโนส เมลาโนส ราน้ำค้าง ใบติดราขาว รากเน่า -โคนเน่า โรคใบจุด โรคใบสีส้มข้าว ใบลาย โดยพ่นทางใบ 10 – 50 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร 

                   3. ใช้เคลือบเมล็ดพันธุ์ : ลดความเสียหายจากการถูกทำลายโดยเชื้อรา และแมลง ชุบเมล็ดพันธุ์นาน 6 ชั่วโมง  10 ซีซี / น้ำ 1 ลิตร 

                   4. ใช้ควบคุมไส้เดือนฝอย : (รวมทั้งเชื้อรา เช่น Furarium spp. ในฝ้าย พืชผัก กล้วยไม้ ผลไม้ ฯลฯ )
* วิธีการนี้ยังใช้ต้นทุนสูงไม่คุ้มการลงทุน ใช้เป็นรูปผง ใส่ลงดินแล้วไถกลบลึก 6-8 นิ้ว 2-4 สัปดาห์ ก่อนปลูกพืช 1 กรัม / ตารางวา ( 1 ตัน / 1 เอเคอร์ หรือ 2 ไร่ ครึ่ง ) ( 3% ปริมาตร / ปริมาตร) 

                   5. ช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ : เช่น Actiomycetes sp. Trichoderma spp. ในดิน ลดจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค เช่น Furarium sp. Phythozhthora spp.

                   6. เพิ่มความเจริญเติบโตในพืชผัก  : ได้แก่ คะน้า หอม หน่อไม้ฝรั่ง ผักต่าง ๆ ( ให้ผลดีกว่าไม่พ่น 20% และน้ำหนักมากกว่า 20-40% )  ฉีดพ่นทุก ๆ 7วัน ( 3-4 ครั้ง ) 10-15 ซีซี                

                   ตัวอย่าง : ในการทำสวนกาแฟ หากชาวสวนมีการฉีดพ่นไคโตซานในแปลงปลูกก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดแต่ประการใด เพียงแต่อยากให้ชาวสวนกาแฟ ตระหนักถึงเรื่องของประโยชน์และความจำเป็นในการใช้ให้มาก ดังที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ไคโตซาน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเสริมสร้างความแข็งแรงและป้องกันโรคให้แก่พืช เช่นเดียวกันหากเรามีการจัดการแปลงปลูกกาแฟที่ดี มีการใส่ปุ๋ยกาแฟอย่างถูกต้อง ตรงตามความต้องการ มีตัดแต่งกิ่ง ไว้แขนงอย่างเหมาะสม บำรุงดินโดยการใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอยู่เสมอ หลักปฏิบัติง่ายๆ เพียงเท่านี้ นอกจากจะสร้างความแข็งแรงให้กับกาแฟในสวนของเราแล้ว ยังสร้างความยั่งยืนในการทำสวนกาแฟให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทางหนึ่งด้วย

อ้างอิง : ลาวัลย์ จีระพงษ์ กลุ่มงานชีววิธี ส่วนบริหารศัตรูพืช สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร
          :  กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์                                  
สนับสนุนโดย : บริษัทไทย – เยอรมัน อินเตอร์เทค โปรดักส์ จำกัด


 
   
   


 
 
 
 

Copyright 2010 © www.tgi4u.com
All rights reserved.Thai-German Intertech Product Co.Ltd.