แนะนำบริษัท
คณะที่ปรึกษา
กิตติมศักดิ์
สาสน์จาก
ประธานบริษัท
สาสน์จาก
กรรมการผู้จัดการ
มาตรฐานบริษัท
กลุ่มเกษตร
กลุ่มเสริมอาหาร
กลุ่มเสริมความงาม
และครัวเรือน
สำนักงานใหญ่
สัญจร
 
   

 

 

Share

 
 
   
 


 

ประโยชน์ของไคโตซาน

        ไคติน-ไคโตซาน ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนานว่าเป็นสารอรรถประโยชน์ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำประโยชน์จาก ไคติน-ไคโตซาน  มาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม ทั้งด้านการเกษตร, การเก็บรักษาพืชพันธุ์หลังการเก็บเกี่ยว, อุตสาหกรรม, การแพทย์ เป็นต้น ไคตินและไคโตซานนั้นเป็นสารประเภทโพลิเมอร์ที่พบมากเป็นที่สุดเป็นอันดับสองในธรรมชาติรองจากเซลลูโลส ซึ่งพบมากในธรรมชาติมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ประโยชน์ของไคติน-ไคโตซานในด้านต่างๆดังที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้นนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ด้านการเกษตร ไคโตซาน ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตในด้านต่างๆ ดังนี้
        1. ใช้เคลือบเมล็ดพันธุ์ (Seed Treatment)โดยได้รับการรับรองจากองค์กร EPA ว่าเมื่อนำอนุพันธ์ ไคติน และ ไคโตซาน ไปเคลือบเมล็ดพันธุ์ จะมีผลในการป้องกันโรค และ แมลงศัตรูพืช ทำให้อัตราการงอกของเมล็ดเพิ่มขึ้นและผลผลิตที่ได้สูงขึ้น (ในข้าวประมาณ 30 -40 %)
        2. ใช้เป็นยาฆ่าแมลง (Insecticide) : ไคโตซาน ถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตเอมไซม์ Chitinase ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง ซึ่งมีข้อดีคือไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
        3. ใช้เป็นปุ๋ยธรรมชาติ (Fertilizer) : เนื่องจากโดยธรรมชาติอนุพันธ์ ไคติน และ ไคโตซาน จะมีไนโตรเจนประมาณ7-10%จะถูกปลดปล่อยออกจากโมเลกุลอย่างช้าๆด้วยเอนไซม์ที่สิ่งมีชีวิต ผลิตขึ้นรวมทั้งอนุพันธ์ ไคติน และ ไคโตซาน นั้นยังเป็นตัวตรึงไนโตรเจนไม่ว่าจากอากาศหรือจากดิน ในกรณีของเห็ดนั้น อนุพันธ์ ไคติน และ ไคโตซาน  จะเป็นตัวตรึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Co2 Fixation)
        4. ปรับสภาพดิน (Soil -Condition) : ไคโตซาน ถูกนำมาใช้ในการปรับดินที่มีส่วนประกอบของดินเหนียวมาก โดยจะเพิ่มความพรุนในดิน การดูดซับน้ำ การอุ้มน้ำ และการควบคุมอัตราการชะออก (erosion) ของดิน               
        5. ต่อต้านเชื้อราไวรัส และแบคทีเรียบางชนิด (Desease Resistance ResponseGenes) : ไคโตซาน มีผลต่อการต้านทานและกำจัดเชื้อรา และแบคทีเรียบางประเภทได้หลายชนิด เช่น ไทรโคเดอร์มา ไฟทอปธอรา แอนแทรคโนส เมลาโนส โรครากเน่า-โคนเน่า ราน้ำค้าง ราขาว โรคแคงคอร์ โรคใบติด โรคใบจุดโรคใบสีส้มในนาข้าวและ อื่นๆ ซึ่งเกิดจากโครงสร้างทางประจุและสร้างเอนไซม์ซึ่งทำให้ย่อยสลายทำลายเชื้อรา-โรคพืชได้อย่างดีพบว่า ไคโตซาน สามารถ เข้าสู่เซลล์เชื้อราและทำให้เกิดการยับยั้งการสร้างและสะสมของ RNAจึงทำให้เชื้อราถูกยับยั้งการเจริญเติบโตแต่ในเชื้อราบางประเภทและแบคทีเรีย บางชนิดที่มีประโยชน์จะมีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วเมื่อใช้อนุพันธ์ ไคติน และ ไคโตซาน เช่น ในการใช้กับเห็ด
       6. ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค (Disease Resistance Response Genes) ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค โดย ไคโตซานจะไปกระตุ้น DNA ในนิวเคลียสพืชในการสร้าง Gene ซึ่งควบคุมระบบภูมิคุ้มกันโรค และมีผลต่อการสร้างสารลิกนิน (Lignin) ในพืช ซึ่งจะพบเห็นด้วยตาเปล่าจาก Wax ที่เคลือบบนใบพืช
       7. ในการยืดอายุการเก็บของผลิตผลทางการเกษตรและเคลือบเมล็ดพันธุ์ เป็นศักยภาพที่ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับเกษตรแผนใหม่ อนุพันธ์ ไคติน และ ไคโตซาน ได้ถูกนำไปใช้ในการรักษาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรโดยเมื่อนำไปเคลือบบนผิวของผักและผลไม้จะมีลักษณะเป็นฟิล์มบางๆใส ปราศจากสีและกลิ่น ช่วยลดอัตราการหายใจ การผลิตก๊าซเอธิลีน การรบกวนของแมลงและเชื้อรา ทำให้บรรยากาศภายในมีการเปลี่ยนแปลงผิวน้อย และผลผลิตจะทนทานต่อสภาวะกรดได้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงสีจะช้าลง ผัก ผลไม้ ที่ได้มีการทดลองใช้อนุพันธ์ ไคติน และ ไคโตซาน ในการเคลือบ เช่น แอปเปิ้ล มังคุด พริกหยวก เป็นต้น

ด้านการปศุสัตว์
       ไคติน-ไคโตซาน ถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ (Animal Feed Additive) เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ตัวอย่างการนำไคติน-ไคโตซานไปใช้ในการเลี้ยงปลาโดยใช้เป็นวัตถุดิบผสมในอาหารเม็ดในขั้นตอนการผลิต หรือนำไปใช้คลุกกับอาหารปั้นในอัตราส่วนเดียวกัน จะทำให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว สุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรคสูง ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างปลา รูปร่างสวยไม่อ้วน เกล็ดแข็งเป็นมันเงา ขับสีปลาตามธรรมชาติออกมาให้โดดเด่นโดยเฉพาะสีดำ 
การใช้ไคโตซานในวงการประมง
        ในวงการประมงนั้นขณะนี้ได้มีการนำไคโตซานมาใช้ประโยชน์ในด้านการยืดอายุการรักษา และเก็บถนอมอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ และในขั้นต้นนี้ได้สกัดโปรตีนจากหัวกุ้งด้วยกระะบวนการย่อยด้วยแบคทีเรีย กรดแล็คติด (lectic acid bacteria) เพื่อนำโปรตีนนั้นมาใช้ในแง่เป็นสารเสริมคุณค่าอาหารและของว่างที่ทำจากสัตว์น้ำ การปรุงแต่งรส และกลิ่นในอาหารขบเคี้ยวที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ฝ่ายเอกชนหลายแห่งได้นำไคโตซานมาใช้ประโยชน์ในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ วิธีการนั้นมีหลายรูปแบบ ได้แก่การคลุกกับอาหารเม็ด ในอัตราส่วนต่างๆกันเพื่อให้กุ้งกิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการไปกระตุ้นภูมิต้านทานโรคในตัวกุ้ง และเพื่อเป็นส่วนไปกระตุ้นการย่อยอาหารและการเจริญเติบโต ประโยชน์อีกด้านหนึ่งที่ผู้ขายโฆษณาไว้ก็คือ การช่วยให้เม็ดอาหารคงรูปอยู่ในน้ำได้นานกว่าโดยการเคลือบสารไคโตซานบนอาหารที่จะหว่านให้กุ้งกิน บางรายก็แนะนำให้เติมลงไปในน้ำเพื่อช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้ดีอยู่เสมอ

ด้านสิ่งแวดล้อม
        ไคโตซานถูกนำมาใช้ในวงการสิ่งแวดล้อม เช่น                                                                                                                               
        - การตกตะกอนในกระบวนการผลิตน้ำประปา
        - การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
        - จับคราบไขมัน , สี , โลหะหนัก จากอุตสาหกรรมผ้า , กระดาษ , ฟอกย้อม

ด้านการแพทย์
         ไคโตซานถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์เนื่องจากไคตินจะจัดเรียงตัวเป็นโครงสร้างผลึกเหลวแบบคลอเลสเทอริก(cholesteric liquid crystal structure) โดยมีโปรตีนและปูนขาวแทรก ทำให้วัสดุนี้ทนแรงได้ทุกทิศทางไคติน/ไคโตซานมีความเป็นวัสดุพิเศษ คือ ตัววัสดุสามารถทำหน้าที่ทางเคมีหรือทางชีวภาพบางอย่างได้ด้วยตัวเอง(ภาษาอังกฤษเรียกว่าเป็น functional materials) ตัวอย่างเช่น เป็นแผ่นโพลาร์เมมเบรน (polar membrane) ซึ่งสามารถใช้ในการแยกแอลกอฮอล์ (เจือจาง) โดยกระบวนการเพอร์วาพอเรชัน (pervaporation) เป็นต้นในทางการแพทย์และเภสัชกรรม ได้มีการศึกษาแล้วว่าเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วนั้นนอกจากที่จะไม่ดูดซึมเข้าไปในร่างกายและช่วยในการเคลื่อนตัวของอาหารในลำไส้ดังเช่นอาหารจำพวกไฟเบอร์โดยทั่วไปแล้ว ยังจะมีความสามารถในการจับคลอเลสเตอรอลและไขมันในอาหารที่รับประทานเข้าไปก่อนที่จะเกิดการดูดซึมสารเหล่านั้น ในปัจจุบันได้มีการนำไคโตซานบริสุทธิ์มาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพในการประกอบการลดความอ้วน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ทำผิวหนังเทียมรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และใช้ปิดปากแผลที่เกิดจากการผ่าตัดเฉพาะที่ ซึ่งพบว่าแผ่นไคโตซานจะช่วยให้คนป่วยเกิดการเจ็บปวดแผลน้อยกว่าการใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำมันวาสลินมาปิดแผลเหมือนที่เคยปฏิบัติมาในสมัยก่อน นอกจากนี้เวลาที่แผลปิดดีแล้วและมีการลอกแผ่นไคโตซานออก ยังสะดวกและง่ายกว่าการลอกแถบผ้าก๊อชเพราะจะไม่มีการสูญเสียเลือดที่เกิดจากการลอกแผ่นปิดแผลออกทำให้ผู้ป่วยไม่เจ็บปวดเท่ากับการใช้แถบผ้าก๊อซปปิดแผล นอกจากนี้ยังใช้ไคโตซานไปเป็นส่วนผสมของยาหลายประเภท เช่น ยาที่ใช้พ่นทางจมูกเพื่อบรรเทาอาการโรคทางเดินหายใจใช้ปลดปล่อยยา รักษาเหงือกและฟัน

เครื่องสำอาง
         ไคติน-ไคโตซานสามารถลดความอ้วน ได้ดีมากเนื่องจาก เมื่อไคตินนั้นได้กลายเป็นไคโตซานแล้ว ประจุบวกอันมหาศาลของไคโตซาน จะเป็นที่ดึงดูดใจมากของเหล่ากรดไขมันอิสระ และคอเลสเทอรอลที่มีประจุลบ ดังนั้นเจ้าตัวต้นเหตุของความอ้วน ทั้ง 2 ตัว ก็จะเกาะติดกับไคโตซาน และคนไม่สามารถย่อยไคติน-ไคโตซานได้ทั้งหมดจึงถูกขับออกมาพร้อม กับอุจจาระโดยที่มีคอเลสเทอรอลและไขมันส่วนเกินตามออกมาด้วยและเนื่องจากไคโตซานมีประจุบวกอย่างล้นเหลือจึงทำให้มันสามารถเกาะกับประจุลบของผิวหนังและเส้นผมได้เป็นอย่างดี จึงถูกนำไปใช้ในเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ธรรม ชาติที่เราคงคุ้นชื่อกันดีว่ากรดแอลฟาไฮดรอกซี หรือ AHA ไงครับ กรดพวกนี้จะกระตุ้นให้ผิวหนังเก่าหลุดลอก เพื่อสร้างผิวใหม่ ทำให้ผิวคุณดูอ่อนเยาว์ขึ้น ส่วนในการบำรุงเส้นผม ไคโตซานจะก่อตัวเป็นฟิล์มเคลือบเส้นผมไว้ ทำให้เส้นผมคงสภาพนุ่มสลวยไม่เสียง่าย

อุตสาหกรรมอาหาร
        ทางด้าน อุตสาหกรรมอาหารไคติน-ไคโตซาน ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมาย เช่น                                                                    
        - การเพิ่มใยอาหารธรรมชาติในผลิตภัณฑ์จากแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว , มักกะโรนี , คุกกี้ , ขนมปัง , ขนมขบเคี้ยว
        - การเพิ่มความเหนียว ให้กับผลิตภัณฑ์ลูกชิ้น , ไส้กรอก
        - การเพิ่มกลิ่นรสให้ดีขึ้น ให้ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์
        - การทำขนมปังที่มีเนื้อนุ่ม และเพิ่มปริมาตรของขนมปัง
        - การถนอมอาหารเพื่อยืดอายุและป้องกันเชื้อรา
        - การทำครีม และ Emulsion ให้คงตัว
        - การผลิตอาหารที่สามารถควบคุมไขมันในร่างกาย
        - เป็นสารช่วยในการกรอง ในอุตสาหกรรมน้ำผลไม้,เบียร์ และเครื่องดื่มต่างๆ

       จากการศึกษาวิจัยเพื่อนำสารไคติน-ไคโตซานมาใช้ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรทั้งพืชและสัตว์ได้เกิดขึ้นอยู่กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากการใช้ไคตินและไคโตซานให้ได้ผลดีในแง่ของการเป็นสารธรรมชาติที่จะช่วยลดความเสี่ยงของเกษตรกรและผู้บริโภคต่อการได้รับสารพิษจากปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช พร้อมทั้งมีจุดเด่นที่สามารถช่วยเพิ่มผลผลิต ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาพืชผลทางการเกษตร รวมถึงสามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้และปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อมการใช้ประโยชน์จากไคตินและไคโตซานทางด้านการเกษตรนั้นเอง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในเกือบทุกขั้นตอนหรือเกือบครบวงจรเลยทีเดียว

อ้างอิงจาก :  กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
                :  บริษัท ไทย – เยอรมัน อินเตอร์เทคโปรดักส์ จำกัด

 
   
   


 
 
 
 

Copyright 2010 © www.tgi4u.com
All rights reserved.Thai-German Intertech Product Co.Ltd.