แนะนำบริษัท
คณะที่ปรึกษา
กิตติมศักดิ์
สาสน์จาก
ประธานบริษัท
สาสน์จาก
กรรมการผู้จัดการ
มาตรฐานบริษัท
กลุ่มเกษตร
กลุ่มเสริมอาหาร
กลุ่มเสริมความงาม
และครัวเรือน
อบรมและกิจกรรม
เกษตรสัญจร
 
   

 

 

Share

 
 
   
 


 

สร้างร่างกายห่างไกลโรคภูมิแพ้

        ปัจจุบันมีจำนวนผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้น โดยโรคภูมิแพ้นั้นมีด้วยกันหลายชนิด เกิดขึ้นกับร่างกายได้หลายส่วนแตกต่างกัน

        นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายมีความผิดปกติต่อสารก่อ ภูมิแพ้ ส่งผลให้มีอาการผิดปกติเกิดขึ้นในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ตัวไรฝุ่น เชื้อราในอากาศ อาหาร ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งในร่างกายคนปกติจะแพ้สารก่อภูมิแพ้ได้น้อยมาก หรืออาจจะไม่มีอาการ แต่ในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้แต่ละรายจะมีอาการเกิดขึ้นแตกต่างกัน และรุนแรงไม่เท่ากัน แม้จะเป็นสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดียวกันก็ตาม ขึ้นอยู่กับชนิดของสารก่อภูมิแพ้ที่ได้รับ และการตอบสนองของอวัยวะนั้นๆ อาทิ

        1.เกิดขึ้นบริเวณตา ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ที่เยื่อบุตา จะมีอาการคันและเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล หนังตาบวม แสบตา

        2.เกิดขึ้นบริเวณจมูก ทำให้เกิดโรคแพ้อากาศ จะมีอาการจาม คันจมูก คัดจมูก คันเพดานปากหรือคอ น้ำมูกไหล

        3.เกิดขึ้นบริเวณหลอดลม ทำให้เกิดโรคหอบหืด จะมีอาการไอ แน่นหน้าอก หอบ หายใจขัดหรือหายใจเร็ว

        4.เกิดขึ้น บริเวณผิวหนัง ทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ จะมีอาการคัน มีผดผื่นตามตัว ผื่นมักแห้ง แดง มีสะเก็ดบางๆ หรือมีน้ำเหลืองแห้งกรังปกคลุมอยู่

        5.เกิดขึ้น บริเวณทางเดินอาหาร ทำให้เกิดโรคแพ้อาหาร จะมีอาการอาเจียน คลื่นไส้ ท้องเสีย ปากบวม ปวดท้อง ท้องอืด อาจมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด หรือแพ้อากาศ หรือผิวหนัง เช่น ผื่นคัน หรือลมพิษ ร่วมด้วย

        สาเหตุของโรคภูมิแพ้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย, เกิดจากการติดเชื้อซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้มีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน, เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การเครียดเป็นเวลานาน การอดหลับอดนอน หรือการสูบบุหรี่, เกิดจากการอยู่กับสารก่อภูมิแพ้เป็นเวลานาน เช่น สารจากไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน สะเก็ดจากแมลงสาบ สารจากขนแมว ขนสุนัข ละอองเกสรดอกไม้ ต้นไม้ ต้นหญ้า วัชพืช และสปอร์จากเชื้อรา

        การป้องกันโรคภูมิแพ้ก็คือ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ กรณีแพ้ตัวไรฝุ่นควรนำเครื่องนอนออกไปโดนแสงแดดทุก 15 วัน เปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง เพราะตัวไรฝุ่นจะตายเมื่อโดนแสงแดด ห้องนอนไม่ควรปูพรม ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์หรือใบพัดลมทุกสัปดาห์

        กรณีแพ้ขนสุนัขหรือขนแมว ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสุนัขหรือขนแมว ไม่ควรเลี้ยงสุนัขหรือแมวไว้ในบ้าน กรณีแพ้แมลงสาบควรทำความสะอาดบ้านเรือนให้ปราศจากเศษอาหาร หรือใช้ยากำจัดแมลงสาบ กรณีแพ้ละอองเกสรควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเกสรทั้งทางตรงและทางอ้อม กรณีแพ้เชื้อรา ควรรักษาความสะอาดร่างกายไม่ให้มีจุดอับชื้น ในห้องนอนไม่ควรมีต้นไม้ที่ต้องรดน้ำ เพื่อไม่ให้มีแหล่งกำเนิดเชื้อรา

        นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงและอยู่ห่างไกลจากฝุ่นละออง ควันรถยนต์ในชั้นบรรยากาศ ควันก๊าซจากโรงงาน หรือสิ่งกระตุ้นอื่นๆ เช่น ควันบุหรี่ เป็นต้น รวมทั้งหมั่นระวังอาหารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น กุ้ง ปู หอยทะเลต่างๆ

        ที่สำคัญควรออก กำลังกายสม่ำเสมอ เพราะจะทำภูมิต้านทานดีขึ้น อาการภูมิแพ้ลดลง ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพทั่วไปดีขึ้น และยังลดโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ ได้

ที่มา : สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์
สนับสนุนข้อมูลโดย : Blue plus

 
   
   


 
 
 
 

Copyright 2010 © www.tgi4u.com
All rights reserved.Thai-German Intertech Product Co.Ltd.