แนะนำบริษัท
คณะที่ปรึกษา
กิตติมศักดิ์
สาสน์จาก
ประธานบริษัท
สาสน์จาก
กรรมการผู้จัดการ
มาตรฐานบริษัท
กลุ่มเกษตร
กลุ่มเสริมอาหาร
กลุ่มเสริมความงาม
และครัวเรือน
อบรมและกิจกรรม
เกษตรสัญจร
 
   

 

 

Share

 
 
   
 


 

ปรับชีวิต เปลี่ยนสุขภาพ...เพิ่มความฟิตรับปีใหม่

        โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง 4 อันดับโรคฮิตที่คร่าชีวิตคนไทย และนับวันจะมีแนวโน้มผู้ป่วยด้วยโรคนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ

        จากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพของคนไทย ของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยอายุ15 ปีขึ้นไป มีความชุกของโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 21.4 หรือ10.8 ล้านคน มีความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคหัวใจสูงถึงร้อยละ 86 และจากการคาดการณ์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในปี 2551 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งรายใหม่ 120,000 ราย และจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ในช่วง 10 ปี ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก เฉพาะโรคมะเร็งเพียงอย่างเดียว เฉลี่ยถึงคนละ 1 ล้านบาท ตัวการสำคัญที่เป็นสาเหตุของโรคเหล่านี้ก็คือ การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง หลักการไม่ใส่ใจเรื่องการบริโภคและการออกกำลังกาย

        ดังนั้น เริ่มต้นปีใหม่ทั้งทีในปีนี้ก็ควรถึงเวลาแล้วที่เราควรจะปฏิวัติตัวเองลุกขึ้นมาปรับชีวิต ด้วยการ "ปรับพฤติกรรม เปลี่ยนสุขภาพ" ออกสตาร์ตการดูแลสุขภาพเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง โดยเน้น 2 หลักการที่สำคัญ คือ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ควบคู่กับการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

        เริ่มจากการออกกำลังกายให้ถูกต้องจะทำให้ห่างโรค เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายจะทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกาย หัวใจและระบบไหลเวียนของเลือด ปอด กล้ามเนื้อ ข้อต่อ กระดูก มีความแข็งแรง เสริมสร้างภูมิต้านทานในการ ป้องกันโรค เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละอย่างน้อย 30 นาที

        หลายคนอาจบอกว่า ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ถูกต้องและเหมาะสมหรือเปล่า!! เป็นเรื่องที่น่าคิด เราจึงมีคำแนะนำดีๆมาฝากกัน ดังนี้ ด้วยการเริ่มต้นด้วยการอบอุ่นร่างกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เช่น วิ่งเหยาะๆ เดินช้าๆ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อประมาณ 5 นาที เพราะการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ปอด กล้ามเนื้อทำงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เดินเร็ว เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที  จากนั้นผ่อนคลาย สิ้นสุดการออกกำลังกายด้วยการลดระดับความแรงลงเรื่อยๆ เพื่อผ่อนคลายระดับการเต้นของหัวใจ ปอด กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของร่างกาย เช่นวิ่งช้าๆ สลับการเดิน เดินช้ายืดเหยียดกล้ามเนื้อ ใช้เวลาผ่อนคลายประมาณ 5 นาที

        อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายในแต่ละช่วงวัยก็สำคัญอย่างในวัยเด็ก การออกกำลังกายในวัยเด็ก เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กมีความสนุกสนาน ใช้กิจกรรมที่หลากหลาย ใช้การออกแรงจากระดับความหนักที่เบา และค่อยๆ เพิ่มความหนักจนถึงระดับที่หนักปานกลางและใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน

        วัยทำงาน  ควรเลือกออกกำลังกายให้เหมะสมกับเวลา วัย อาชีพและสภาพร่างกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละอย่างน้อย30 นาที  เช่น เต้นแอโรบิก  เดินเร็ว วิ่งจ๊อกกิ้ง  ว่ายน้ำ เป็นต้นและวัยสูงอายุ เป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมถอย มีปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ควรออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสุขภาพไม่หักโหม ใช้แรงพอเหมาะค่อยเป็นค่อยไป เช่น การเดินช้าๆ รำมวยจีน การบริหารประกอบเพลง

        ต่อมาเรื่องการกินอาหารถูกต้องก็ช่วยให้ห่างไกลโรค และดูแลสุขภาพให้ดีได้เช่นกัน เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยในแต่ละหมู่ควรเลือกกินให้หลากหลายชนิด ไม่ซ้ำซาก กินอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้พลังงานในแต่ละวัน โดยกินข้าวเป็นหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งบางมื้อ พร้อมกินผักและผลไม้สด ปลอดสารพิษเป็นประจำอย่างเพียงพอและหลากหลาย วันละอย่างน้อย 5 ขีด หรือครึ่งกิโลกรัมขึ้นไปทั้งนี้ต้องกินให้ได้ทั้ง 3 มื้อ และไม่กินผลไม้รสหวานจัด ซึ่งคนที่กินผัก ผลไม้หลากหลายสี เช่น สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีน้ำเงินสีม่วง สีขาว สีน้ำตาล เป็นประจำ ร่างกายจะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติของสีเหล่านี้ เพราะช่วยต้านอนุมูลอิสระดูดซับสารพิษที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง ต้านการอักเสบและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันปกป้องเซลล์ ช่วยการไหลเวียนของเลือด ลดคลอเลสเตอรอล

       นอกจากนี้ ควรกินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน กินปลา ไข่และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย ลดอาหารไขมัน หลีกเลี่ยงการกินอาหารเค็มและหวานจัด ควรจำกัดการกินเกลือหรือน้ำปลาวันละไม่เกิน 1 ช้อนชา และจำกัดการกินน้ำตาลวันละไม่เกิน 6 ช้อนชา  และกินอาหารที่สุก สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน

       สำหรับการกินอาหารในแต่ละช่วงวัยนั้นก็สำคัญต่อสุขภาพอย่างในวัยเด็ก-เยาวชน เป็นช่วงวัยที่มีการเจริญเติบโต ควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และหลากหลายชนิดให้ครบทั้ง 3 มื้อ เน้นกินอาหารที่ประกอบไปด้วย ธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ ตับ  ไข่ทั้งผัก ผลไม้ ควรกินเป็นประจำ และควรหลีกเลี่ยงลูกอม ขนมหวานน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว อาหารรสจัด และอาหารฟาสต์ฟู้ด เพราะจะมีผลเสียต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและก่อให้เกิดโรคตั้งแต่วัยเด็ก เช่น โรคอ้วน

        ส่วนวัยทำงาน ที่มักมีปัญหาของน้ำหนักตัวมาก ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ต้องควบคุมปริมาณการกินอาหาร ลดอาหารที่มีไขมันและคลอเลสเตอรอลสูงและหมั่นออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก และสำหรับในวัยสูงอายุควรเลือกกินอาหารให้เหมาะสม ครบทั้ง 5 หมู่ เน้นอาหารที่ย่อยง่ายได้สารอาหารครบถ้วน เพิ่มปลา ผักใบเขียว ผลไม้รสไม่หวานจัด ลดและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน เช่น แกงกะทิ อาหารรสจัดผู้หญิงสูงอายุที่อยู่ในวัยทองควรดื่มนมพร่องมันเนย หรือกินปลาเล็กปลาน้อย ปรุงรสอาหารประเภท นึ่ง ต้ม เพื่อเสริมแคลเซียมให้ร่างกาย

       ทั้งนี้  ด้วยวิธีการง่ายๆ กับ 2 หลักการสำคัญ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคู่กับการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องจะเป็นตัวช่วยที่ดีและคำตอบสุดท้าย ของการปรับพฤติกรรมเพื่อเปลี่ยนสุขภาพ ยังไม่ช้าเกินไปที่จะเริ่มต้น เปลี่ยนความคิดปรับชีวิต ให้มีสุขภาพที่แข็งแรงห่างโรคร้าย เพราะสุขภาพที่ดีสร้างได้ด้วยตัวเราเอง

ที่มา : สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
สนับสนุนข้อมูลโดย : Blue plus

 
   
   


 
 
 
 

Copyright 2010 © www.tgi4u.com
All rights reserved.Thai-German Intertech Product Co.Ltd.