แนะนำบริษัท
คณะที่ปรึกษา
กิตติมศักดิ์
สาสน์จาก
ประธานบริษัท
สาสน์จาก
กรรมการผู้จัดการ
มาตรฐานบริษัท
กลุ่มเกษตร
กลุ่มเสริมอาหาร
กลุ่มเสริมความงาม
และครัวเรือน
อบรมและกิจกรรม
เกษตรสัญจร
 
   

 

 

Share

 
 
   
 


 

‘อาหารเสริม’ สิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าตัวน้อย

        การรับประทานอาหารเสริม ถือเป็นพัฒนาการอีกขั้นของลูกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้ ว่าจะเริ่มเมื่อไร อย่างไร เพราะหลังจากดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุประมาณ 6 เดือนก็ถึงเวลาที่หนูน้อยจำเป็นต้องได้รับพลังงาน และสารอาหารบางชนิดสำหรับบำรุงร่างกายและสมองที่กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วให้แข็งแรงสมวัย

        ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า ควรเริ่มให้อาหารเสริมแก่ลูกเมื่ออายุ 4-6 เดือนตามพัฒนาการ ความพร้อมด้านต่างๆของลูก เช่น น้ำหนักตัวควรเป็น 2 เท่าของ น้ำหนักตัวแรกเกิด แสดงให้เห็นว่าลูกต้องการอาหารเพิ่มขึ้น ลูกชอบเอาของเล่น หรือนิ้วเข้าปาก มีปฏิกิริยากับอาหารแสดงให้เห็นว่าหิว หรืออิ่มได้ พร้อมที่จะอ้าปากเมื่อช้อนแตะริมฝีปาก โดยเริ่มจากอาหารอ่อนๆ อาทิ น้ำข้าวผสมข้าวบด

        หากลูกสามารถรับประทานได้ต่อเนื่อง 1 สัปดาห์แสดงว่า ลูกชินกับอาหารเสริมแล้ว สามารถเติมไข่แดง หรือตับบดลงไปในข้าวบดได้

        "ควรระวังไม่ให้อาหารเสริมเร็วเกินไป เพราะหากลูกยังไม่พร้อมที่จะรับประทานอาหารที่มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว อาจเกิดการสำลักอาหารเข้าหลอดลมได้ หรืออาจทำให้เกิดอาการท้องอืด เนื่องจากระบบย่อยยังไม่พร้อมในการย่อยคาร์โบไอเดรต เช่น ข้าว กล้วย ขณะเดียวกันหากให้อาการเสริมช้าเกินไป ทำให้รับสารอาหารไม่เพียงพอ"

       ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กล่าว ต่อว่า หลังจากอายุครบ 6 เดือนจำนวนมื้อของนมแม่จะค่อยๆ ลดลงตามจำนวนมื้อของอาหารเสริมจนกระทั่งเมื่อลูกอายุประมาณ 1 ปี อาหารเสริมจะกลายเป็นอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และนมแม่วันละ 3-4 มื้อถือเป็นอาหารเสริม

       อาหารชนิดต่างๆ ที่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารเสริมสำหรับลูกน้อย ประกอบไปด้วย ไข่ แหล่งโปรตีนสำคัญอุดมไปด้วยวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ที่ร่างกายทารกนำไปใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดง เหตุผลที่เริ่มจากไข่แดงต้มสุกก่อน เพราะไข่ขาวย่อยยากและเด็กแพ้ได้ง่าย

        ผลไม้ ควรรับประทานเป็นอาหารว่างวันละ 1-2 มื้อโดยเลือกรับประทานผลไม้ตามฤดูกาลที่ไม่หวานจัด เช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก ส้มเขียวหวาน แอปเปิ้ล มะม่วงสุก เป็นต้น

       ผักที่มีวิตามิน แร่ธาตุ และกากใยอาหาร มาใช้ประกอบอาหารในแต่ละมื้อ โดยเฉพาะผักใบเขียว และผักสีส้มเช่น ฟักทอง ตำลึง ผักบุ้ง แครอท ผักโขม ที่สำคัญควรทำให้สุกก่อนรับประทาน ปลา ควรเป็นปลาเนื้อนิ่ม และเริ่มจากปลาน้ำจืดก่อน เพราะไม่แพ้ง่าย วิธีปรุงใช้ต้ม หรือนึ่ง เอาหนังและก้างปลาออก ตับ อุดมด้วยโปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 และแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ควรเริ่มที่ตับไก่ก่อน เพราะนิ่มและกลิ่นไม่แรง

       เนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น หมู ไก่ เป็นแหล่งโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสีและวิตามิน นำปรุงให้สุกก่อน ถั่วเมล็ดแห้ง ซึ่งมีโปรตีนและแร่ธาตุต่างๆ นำมาต้มให้สุกและบดให้ละเอียดเพื่อให้ย่อยง่าย ข้าว ข้างหุงสุกบดละเอียด จนลูกอายุ 1 ปี จึงเริ่มให้รับประทานข้าวสวย นอกจากนี้ การปรุงรสอาหารเสริมของลูก เน้นการปรุงรสธรรมชาติ ไม่ควรปรุงรส ด้วยน้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ น้ำตาล เพราะจะทำให้เด็กติดรสชาติ และส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมในอนาคต

ที่มา : สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
สนับสนุนข้อมูลโดย : Blue plus

 
   
   


 
 
 
 

Copyright 2010 © www.tgi4u.com
All rights reserved.Thai-German Intertech Product Co.Ltd.