แนะนำบริษัท
คณะที่ปรึกษา
กิตติมศักดิ์
สาสน์จาก
ประธานบริษัท
สาสน์จาก
กรรมการผู้จัดการ
มาตรฐานบริษัท
กลุ่มเกษตร
กลุ่มเสริมอาหาร
กลุ่มเสริมความงาม
และครัวเรือน
สำนักงานใหญ่
สัญจร
 
   
 

กินดึกเสี่ยงกรดไหลย้อน

         คุณเคยมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ท้องอืด แสบท้องไหม อย่าเพิ่งเหมารวมว่าเป็นโรคกระเพาะ เพราะยังมี 'โรคกรดไหล' ย้อนที่ต้องระวัง จากอดีตไม่มีใครรู้จักโรคกรดไหลย้อน แต่ทุกวันนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ของชีวิตคนเมือง ที่มีไลฟ์สไตล์การกินอยู่เหมือนคนอเมริกัน คือ กินอาหารไขมันสูง กินไม่ตรงเวลา ออกกำลังกายน้อย และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

         โรคกรดไหลย้อนจะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย คล้ายๆ กับอาการของโรคกระเพาะอาหาร ทำให้คนส่วนใหญ่มักเหมารวมว่า ตนเองอาจจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร และไปซื้อยาลดกรดมาใช้เอง ซึ่งยาประเภทนี้มีประสิทธิภาพไม่สูงพอที่จะรักษาโรคกรดไหลย้อน จึงเป็นการรักษาไม่ตรงจุด

         "อาการมักเกิดขึ้นในช่วงมื้อเย็น เพราะกินอาหารในปริมาณมากเกินความพอดี เช่น หนุ่มสาวออฟฟิศนิยมนัดกันกินมื้อเย็นในร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ที่ต้องกินให้มากและกินแข่งกับเวลา" รศ.นพ.ณรงค์ เลิศอรรฆยมณี ผู้อำนวยการอาวุโสคลินิกศัลยกรรมทั่วไป ตั้งข้อสังเกต
การซื้อยาลดกรดมารับประทานเองไม่ถูกต้อง เพราะยาที่นิยมซื้อยามารับประทานเอง ส่วนใหญ่จะเป็นยายับยั้งการสร้างกรด ซึ่งไม่ใช่การรักษาต้นเหตุ แค่ช่วยยับยั้งอาการได้ชั่วคราว แต่ไม่ควรกินพร่ำเพรื่อ เพราะอาจเกิดอันตรายโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ ยาเคลือบกระเพาะบางตัว ถ้ากินบ่อยๆ ทำให้ความสามารถในการดูดซับวิตามินบางตัวเสียไป อนาคตจะกลายเป็นโรคกระดูกพรุนได้

         คุณหมอ แนะนำว่า หากมีอาการแสบยอดอก หรือเรอเปรี้ยว ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาทันที ส่วนใหญ่เพียงแค่ปรับพฤติกรรม อาการจะหายไป ในบางรายอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร กลืนแป้ง หรือตรวจวัดการบีบตัวของหลอดอาหาร และตรวจวัดความเป็นกรดด่างในหลอดอาหาร

         สำหรับวิธีการรักษาที่ดีสุดคือ การเปลี่ยนพฤติกรรมเริ่มจากหลีกเลี่ยงบุหรี่ สุรา ชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้รสเปรี้ยว หรืออาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด อาหารไขมันสูง ช็อกโกแลต ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ควรกินอาหารในแต่ละมื้อมากเกินไป โดยเฉพาะมื้อเย็น ไม่นอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรจะเว้นระยะอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดเกินไป และควรจะออกกำลังกายสม่ำเสมอ

         กรณีที่อาการรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัด ศัลยแพทย์ กล่าวว่า จะต้องมีข้อบ่งชี้ในการพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด หลักคือ ผู้ป่วยที่การรักษาด้วยยาได้ผลดี แต่ไม่ต้องการกินยาต่อไปอีกและต้องการผ่าตัด ผู้ป่วยที่ไม่สามารถกินยาได้อย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานานๆ ผู้ป่วยอายุน้อยตรวจพบหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างทำหน้าที่บกพร่องมาก หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากภาวะกรดไหลย้อน เช่น หลอดอาหารอักเสบรุนแรง หลอดอาหารตีบตัน เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่หลอดอาหารส่วนปลาย ซึ่งเสี่ยงเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม โรคกรดไหลย้อนเป็นปัญหาที่พบบ่อยขึ้นในปัจจุบัน แม้ว่าความรุนแรงของโรคนี้จะไม่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่ก็จะมีผลกระทบทั้งทางกายและคุณภาพชีวิต ทั้งในเรื่องของการทำงาน ชีวิตประจำวัน วิธีหลีกเลี่ยงโรคนี้ที่ดีสุด คือปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้ชีวิต ให้เหมาะสมตามวิถีแห่งความพอเพียง

วิถีหนีไกลกรดไหลย้อนกลับ
         1. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยลดความเข้มข้นของกรด
         2. งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้กล้ามเนื้อหูรูดเหนือกระเพาะคลายตัว กรดจึงโอกาสไหลย้อนกลับมากขึ้น
         3. หลีกเลี่ยงการดื่มการดื่มสุรา เนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้น
         4. อย่ากินอาหารตอนดึก โดยเฉพาะ 3 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะทุกครั้งที่กินอาหาร กรดจะหลั่งออกมาจากกระเพาะเพิ่มขึ้น และเมื่อนอน จะเพิ่มความเสี่ยงให้กรดไหลย้อนกลับ นอกจากนี้หลังกินอาหารเสร็จทุกครั้งไม่ควรเข้านอนทันที
         5. การนอนโดยศีรษะสูงขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกรดไหลย้อนได้ เนื่องจากแรงดึงดูดโลกจะดึงให้กรดจากกระเพาะไม่ให้ไหลขึ้นมา
         6. การลดน้ำหนักในผู้ที่ภาวะกรดไหลย้อนจะช่วยลดอาการต่างๆ ได้

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

สนับสนุนโดย : ผลิตภัณฑ์ Blue Plus

 
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
       
       
       
 
 
 

Copyright 2010 © www.tgi4u.com
All rights reserved.Thai-German Intertech Product Co.Ltd.